วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561

กล้วยไม้สีส้ม เอื้องครั่งแสด

                                 

            เอื้องครั่งแสด หรือครั่งสายแสด เป็นกล้วยไม้ สกุลหวาย ขนาดเล็กชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Dendrobium unicum กล้วยไม้ชนิดนี้ ขึ้นกระจายพันธุ์ขึ้นอิงอาศัยตามต้นไม้ ตามป่าสนและป่าดิบแล้ง ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ฤดูดอกบานในช่วงเดือน กุมภา-พฤษภาคม ลำต้นไม่สูงมาก มีความยาวประมาณ 5-8ซม.มักขึ้นรวมกันเป็นกระจุก โคนต้นผอมเรียวส่วนตรงปลายอ้วนกว่า ใบเรียวแหลมรูปหอกยาว2-7ซม.กว้าง1ซม.  กล้วยไม้ไทย ชนิดนี้ ดอกมีสีสรร สะดุดตามากเป็นสีส้มแสดทั้งดอกที่บริเวณกลีบปากมีลายลักษณะกลีบดอกอื่นๆม้วนหงายไปด้านหลัง กล้วยไม้ชนิดนี้ได้มีนักปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ชาวญี่ปุ่น นำมาผสมและพัฒนาพันธุ์ กับกล้วยไม้ในกลุ่มโนบิเล่ ทำให้ได้ลูกผสมต้นเตี้ยแคระออกดอกพรูสีโทนเหลืองดอกมีขนาดใหญ่กว่าเอื้องครั่งแสด ที่เป็นพันธุ์แท้เช่น Dendrobium Star Dust เป็นต้น
                      


วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เอื้องไผ่ กล้วยไม้ดินพื้นถิ่นของไทย

  หากได้มีโอกาศท่องเที่ยวชมแหล่งธรรมชาติ ตามป่าเขาของไทย ทั้งป่าโปร่งและป่าดิบแล้ง ระหว่างทางที่เดินผ่านเราแทบจะไม่สังเกต กล้วยไม้ดินชนิดหนึ่ง ที่ขึ้นแซมปนกับวัชพืชข้างทาง บางแห่งก้อขึ้นอยู่กันอย่างหนาแน่น แต่ด้วยลักษณะต้นและใบที่ดูคล้ายกอหญ้าสูงๆ หากไม่ใช่ฤดูดอกแล้วเราคงเดินเลยผ่านไปอย่างไม่สนใจ เอื้องไผ่เป็นกล้วยไม้ดิน ที่พบได้ทุกภาคของประเทศไทยยกเว้นภาคกลาง และกระจายพันธุ์ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้  อินเดีย และหมู่เกาะแปซิฟิกด้วย
Arundina graminifolia (D.Don) Hochr.  มีชื่อเรียกอื่นตามท้องถิ่นอีกเช่น ฮ้วนตักหงาย ม้วนตักหงาย  หญ้าจิ้มฟันควาย ยี่โถปีนัง  เอื้องไผ่มีลักษณะต้นยาวเป็นข้อปล้องผอมๆมีใบเรียวแหลมมองดูคล้ายใบหญ้า  ดอกออกที่ปลายต้นกลีบดอกกว้างสีขาวอมชมพู มีกลีบปากขนาดใหญ่ สีชมพู-บานเย็นเข้มสะดุดตา ดอกมีขนาดไม่ใหญ่มาก ขนาดประมาณ 2.5-3ซม.ออกดอกช่วงสิงหาคม-มีนาคม ในช่อดอกมี1-2ดอกแต่ถ้าเลี้ยงเป็นกอจะให้ดอกดกพรูสวยงามมาก กล้วยไม้ ชนิดนี้สามารถอยู่ในสภาพแดดจัดกลางแจ้งได้ชอบดินปลูกที่ชุ่มแต่ชื้นระบายน้ำได้ดี  
                  
       ********************************************************************
***********************************************************************  

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เรือนกล้วยไม้ในพื้นที่สูง


  ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ได้เคยไปเที่ยวสวนกล้วยไม้ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เชียงราย ทางเข้าหมู่บ้านก้อขึ้นเขาคดเคี้ยวพอดูเลยละ พอเข้าไปถึง ถึงเข้าใจเลยว่าทำไมต้นไม้ใบหญ้า แถบนี้ถึงงามจัง ก้อพื้นที่เป็นแหล่งต้นน้ำในดอยสูงระดับ900-1100เมตร จากระดับน้ำทะเล แถมอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติด้วย  มิน่าสภาพพื้นที่ถึงมีความชื้นสูงอากาศเย็นตลอดทั้งปี  ในอากาศมีความชื้นสูงมาก มอสตะไคร่น้ำและพวกเฟิน ขึ้นเขียวพรืด ชอุ่มชุ่มน้ำไปหมด กล้วยไม้ ในป่ารอบๆหมู่บ้านก้อยังมีให้เห้นบ้าง พวกเอื้องสาย  สามปอย และก้อสิงโต พอไปถึงโรงเรือนที่เลี้ยงกล้วยไม้ สภาพปลูกเลี้ยงก้อง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนมาก เครื่องปลูกก้อมะพร้าวสับ ปลูกในกระถางเรียงๆตั้งๆบนโต๊ะ เท่าที่สังเกตุ พวกกล้วยไม้ที่ชอบอากาศเย็นๆหน่อย จะงามอ้วนมาก แต่พวกที่ชอบร้อน เช่น ช้าง หวาย แคทลียา จะใบร่วงคงเพราะอากาศที่เย็นจัด  ช่วงหน้าฝนนี่เจ้าของสวนบอกว่า แทบจะไม่ต้องรดน้ำเลย แต่ช่วงหน้าร้อนก้อรดน้ำ2-3วันครั้งก้อได้ เพราะอากาศไม่ร้อน กล้วยไม้ ไม่ค่อยคายน้ำมาก เครื่องปลูกก้อชุ่มชื้นนาน กว่าปลูกในเมืองบนพื้นราบ
 น่าอิจฉาพื้นที่ที่สภาพเอื้ออำนวยกับการเลี้ยง กล้วยไม้ เย็น แต่แค่ได้ไปเห็นไปเก็บรูปก้อโอเครแล้วละ

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561

กล้วยไม้ตัดดอก



 พืชเศรษฐกิจของบ้านเราตัวหนึ่ง ก้อ กล้วยไม้ นี่แหละครับ มีทั้งจำหน่ายต้นและตัดดอก ตลาดมีทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคูณสมบัติของกล้วยไม้ ตัดดอก ทีดี นนี่ควรจะเป็นสายพันธุืที่เลี้ยงง่ายทนต่อโรคและแมลงได้ดี ออกดอกได้บ่อย อันนี้สำคํญเพราะหมายถึงผลผลิตที่จะตามมาด้วย ซึ่งแน่นอนส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม้ลูกผสมต่างๆ ข้อดีคือดอกบานทน อายุการใช้งานหลังตัดช่อนาน ออกดอกได้บ่อยมากกว่า พวกพันธุ์แท้ ที่ออกแค่ปีละครั้ง


 ตัวอย่างในภาพ Ascocenda hybrid กล้วยไม้แอสโคเซนด้าลูกผสมในกลุ่ม แวนด้า สีส้ม ออกทั้งปี ออกดอกทุกกาบใบเลี้ยง่ายทนต่อสภาพอากาศร้อน




วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มันหวานญี่ปุ่น


สะซึมะอิโมะ หรือ มันหวานญี่ปุ่น เป็นมันเทศที่ปลูกกันมานานแล้วในแถบคันไซนิยมนำมาบริโภคในช่วงฤดูหนาวเพราะให้ความอบอุ่น ใช้เป็นอาหารได้ทั้งนึ่งและเผา นอกจากนี้ยังมีการนำไปหมักเป็นเหล้าสาเกอีกด้วย เราคงเคยเห็นมันหวานญี่ปุ่นทีมีเนื้อสีเหลืองทองกันมามากแล้ว แต่สำหรับแฟนมันญี่ปุ่นแล้วคงอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมกินแล้วบางครั้งรสชาดไม่เหมือนกัน นั่นก็เพราะว่าพันธุ์ของมันหวานญี่ปุ่นที่มีเนื้อสีเหลืองไม่ได้มีแค่พันธุ์เดียวนั่นเองครับ บางชนิดนำไปเผาแล้วจะรสแย่ลงในขณะที่นำไปนึ่งกลับหวานขึ้น บางชนิดเหมาะเฉพาะนำไปทำเหล้าเท่านั้นก็มี อย่าง เบนิฮารุกะ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดมันเผาของญี่ปุ่น มีกลิ่นหอมรสหวานและเนื้อเหนียวนุ่มจนใครที่ได้ลองทานแล้วก็ติดใจ เบนิมาสะริ ว่ากันว่าเป็นมันที่นำไปนึ่งแล้วรสจะหวานขึ้นเป็นสองเท่า ส่วน อันโน่ อิโม เบนิ มีเนื้อสีส้มเหมือนมันเทศบ้านเรา แต่กลับไม่มีเสี้ยนและไม่มีกลิ่นเหม็นตุ่ย ๆ มีเนื้อนุ่มและหวานละมุนเหมือนขนมโมจิ นอกจากนี้ยังมีมันเทศสีม่วงอย่าง เพอเพิ้ลสูทโหลด ที่ให้เนื้อสีม่วงสวยเหมือนสีดอกกล้วยไม้ ชาวญี่ปุ่นนิยมนำไปบดแล้วผสมกับเค้กหรือพายเพื่อให้เกิดเนื้อสีม่วงน่าทานแถมยังติดหวานแบบรสมันเทศอีกด้วย

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559




หลังจากเขียนเรื่องกล้วยไม้มาหลายปี ปัจจุบันหันทิศทางมาสร้างเว็บไซต์ให้กับหลาย ๆ เว็บล่าสุดเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับอาหารเสริมลดน้ำหนักที่ชื่อว่า amado-shop โจทย์แรก ๆ คือต้องดูทันสมัยและแตกต่างจากหน้าขายของชนิดเดียวกันกับเจ้าอื่น ๆ สีสันอ่อนหวานสมกับเป็นอาหารเสริมที่ผู้หญิงเลือกใช้ แน่นอนว่าสินค้ามีทั้งอาหารเสริมลดน้ำหนัก อาหารเสริมจำพวกทำให้ผิวขาวขึ้น พอได้ลองศึกษาข้อมูลเชิงลึกลงไปก็พบว่าตัว amado เองเป็นสินค้าที่ได้รับการสร้างจากดาราชื่อดังในบ้านเรานี่เอง ต้องชื่นชมมากเลยครับที่เราสามารถทำผลิตภัณฑ์ที่ไม่แพ้กับต่างประเทศออกมาได้ เว็บไซต์นี้ดีไซค์ออกมาโดยใช้เวิดเพลสเป็นหลัก ตกแต่งหน้าตาและรูปภาพที่บางส่วนต้องเอามาทำเอง ค่อนข้างลำบากตรงที่รูปภาพทางลูกค้าไม่มีส่งให้ ต้องเอามาสร้างเองโดยเลียนแบบรูปลักษณ์จากตัวออริจินอลเดิมที่ทางบริษัทผู้จัดจำหน่ายอาหารเสริมทำขึ้น อ้อ ว่ากันว่า อมาโด้ ยังรับตัวแทนจำหน่ายมากมายอีกด้วย แต่สำหรับ อมาโด้ร้านค้าอาหารเสริมลดน้ำหนักออนไลน์แล้วยังไงลองแวะไปที่ amado-shop ดูกันได้ครับ เจ้าของร้านน่ารักเป็นกันเองมาก ๆ ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ฟ้ามุ่ย กล้วยไม้ป่าไทยชื่อเสียงก้องไกลไปทั่วโลก


วันนี้มาเล่าเรื่องฟ้ามุ่ยให้ฟังกันครับ ฟ้ามุ่ย (Vanda coerulea )เป็นราชินีของกล้วยไม้แวนด้า ชื่อฟ้ามุ่ย หมายถึงสีฟ้าอมม่วง คำว่า. ‘มุ่ย’แปลว่าม่วง ดังนั้น จึง เป็นกล้วยไม้ของไทยชนิดเดียวในโลก ที่มีสีน้ำเงินฟ้า อมม่วง สดใสซึ่งเป็นสีที่หายากในกล้วยไม้ และดอกที่มีขนาดใหญ่เป็นช่อตั้งสวยงามสะดุด ตา ถึงแม้ว่า เราจะพบฟ้ามุ่ย ในบางส่วนของประเทศอินเดีย พม่า ก็ตาม แต่ได้มีการยืนยันจากนักกล้วยไม้ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ต่างก็ยอมรับว่าฟ้ามุ่ยจากป่าเมืองไทยเป็นฟ้ามุ่ยที่มีดอกใหญ่ สีเข้มและลายสมุกชัด กว่าแหล่งกำเนิดอื่นใดในภูมิภาค
ฟ้ามุ่ยเป็นกล้วยไม้ที่นิยมอย่างมาก กันมา นาน พบหลักฐานเป็นลายลักษณ์ตั้งแต่ ปี พศ.๒๓๘o ที่ฟ้ามุ่ยต้นแรกๆได้ถูกนำเข้าไปยังทวีปยุโรป โดยนาย วิลเลียม กริฟฟิท (William Grifit) ซึ่งต่อมาได้มีการเก็บกันอย่างมานับเป็นหมื่นต้นจากพม่าเพื่อส่งไปต่าง ประเทศ ดังได้มีบันทึกไว้ในหน้า ๒๗๘ ในหนังสือ ตำราเล่นกล้วยไม้ (พศ.๒๔๕๙) พระนิพนธ์ของสมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตร สุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิจ
อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่มักกล่าวถึงฟ้ามุ่ยในแง่ของดอกสีฟ้า หรือฟ้าอมม่วง ซึ่งในธรรมชาติยังมีฟ้ามุ่ยสีขาว และสีชมพู นับเป็นสีที่หาได้ยาก ซึ่งโอกาสที่จะเจอนับเป็นหนึ่งในพัน หรือในหมื่นต้นอาจจะเจอเพียงต้นเดียว ตั้งแต่ในอดีตย้อนไปไม่ต่ำกว่าสิบปี ฟ้ามุ่ยชมพู สวยๆ ที่ได้พบเจอจากธรรมชาติมีน้อย อาจมีบางต้นที่ถูกนำมาใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์สำรับผสมแวนด้าเพื่อให้ได้แวนด้า สีชมพู เช่น ฟ้ามุ่ยชมพู ต้นป้าสมสุขนักเลี้ยงกล้วยไม้รุ่นเก่า ที่ได้ ฟ้ามุ่ยชมพู ทูโทนซึ่งกลีบดอกครึ่งบนเป็นสีชมพูเข้ม ตัดกับกลีบครึ่งล่างเป็นสีขาวอมชมพูเรื่อๆ หรือฟ้ามุ่ยชมพูจากอ.สะเมิง ที่มีชาวบ้านมาขายให้คุณชิเนนทร ในปีพศ. ๒๕๓๙ ซึ่งเป็นต้นที่ได้ถ่ายรูปลงหนังสือ The Field Guide To The Wild Orchid of Thailand (Fourth and Expended Edition) ซึ่งต้นของคุณชิเนนทรไม่ได้ผสมติดฝักเพื่อขยายพันธุ์ และในเวลาต่อมาได้ถูกเชื้อราเข้าทำลายจนต้นเสียหายไปในในที่สุด น่าเสียดายจัง.....